เซี่ยงไฮ้ หรือ ช่างไห่ เป็น มหานครที่เจริญที่สุดของจีน เดินทางสะดวก ปลอดภัย มีระบบขนส่งมวลชนทั่วเมือง ขนาดที่มีคนเปรียบเทียบว่า เป็นเมืองที่ก้าวหน้ากว่ากรุงเทพฯไป 5-10 ปีแล้ว ซึ่งใครเคยมาที่เซี่ยงไฮ้แล้วก็ต่างยอมรับในความเจริญทางเทคโนโลยี

แต่นอกจากเรื่องความทันสมัยแล้ว ที่เซี่ยงไฮ้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นตึกสวยๆ สไตล์ยุโรป ถนนสายช้อปปิ้ง วัดเก่าแก่ ธรรมชาติ และล่าสุดก็มีสวนสนุกระดับโลกอย่างดิสนีย์แลนด์มาเปิด เซี่ยงไฮ้จึงเป็นอีกหนึ่งแห่งที่คนไทยนิยมมาเที่ยวกันมากที่สุดเลยครับ

เตรียมตัว

  • การเดินทางมาที่ประเทศจีนนั้นจำเป็นจะต้องมีวีซ่าก่อน
  • เปิดซิมท่องเที่ยว เป็นปัจจัยสำคัญที่ควรจะเตรียมพร้อมไว้ก่อน ซึ่งหลาย ๆ คนน่าจะทราบว่าระบบอินเตอร์เน็ตที่จีนนั้นจะมีการบล็อกเว็บไซต์หลายๆเว็บเช่น Facebook Youtube แต่ถ้าเรามีซิมจากประเทศไทยไปก็จะสามารถใช้บริการเว็บไซต์เหล่านี้ได้ครับ
  • Alipay การใช้จ่ายที่เซี่ยงไฮ้นั้นนิยมทำผ่าน Alipay เป็นหลักหากเรามี Account และเติมเงินไว้จะช่วยให้สะดวกมาก ๆ เลยครับ

การเดินทาง

สำหรับการเดินทางที่ เซี่ยงไฮ้ นั้นสะดวกสบายมากๆ เพราะรถไฟใต้ดินของที่นี่ครอบคลุมไปทั่วทั้งเมือง ไม่ว่าจะเป็นสานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ๆ หรือย่านพักอาศักก็ตาม รวมไปถึงเส้นทางไปสนามบินอีกด้วย ทั้งนี้สายการเดินรถก็ดูเข้าใจง่ายไม่ซับซ้อนมาก ถ้าใครที่เคยผ่านรถไฟใต้ดินที่โตเกียวมาแล้วการมาขึ้นรถไฟที่เซี่ยงไฮ้ก็ไม่ใช่ปัญหาแน่ ๆ

ส่วนราคาก็ตามระยะทาง ถ้าปกติจะอยู่ราว ๆ 2-4 หยวน ซึ่งถูกมาก ๆ สามารถไปกดซื้อได้เองที่ตู้เลย โดยสามารถกดเปลี่ยนภาษาที่ตู้ให้เป็นภาษาอังกฤษ แล้วกดเลือกสถานีเพื่อซื้อตั๋วได้เองเลยครับ

สถานที่ท่องเที่ยว

The Bund

เชื่อว่าหลาย ๆ คนถ้าพูดถึงเซี่ยงไฮ้แล้ว ก็จะต้องนึกถึงภาพยนตร์เรื่องเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้แน่ ๆ ซึ่งบรรยากาศแบบในภาพยนตร์นั้นก็อยู่ที่ The Bund โดยสามารถเดินทางมาด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน ลงสถานี Nanjing East Road และเดินผ่านถนนคนเดินหนานจิง (Nanjing Road Pedestrian Street)

โดยตลอดเส้นทางทั้งสองฝั่งจะเป็นบรรยากาศสถาปัตย์กรรมยุโปเก่า ๆ ให้บรรยากาศแบบในหนังมาก เหมาะแก่การถ่ายรูประหว่างทางมาก ๆ แต่บอกก่อนว่าโซนนี้นักท่องเที่ยวเยอะมากนะครับ โดยสุดช่วงถนนจะเป็นจุดชมวิวริมน้ำ เมื่อมองข้ามไปจะเห็นหอไข่มุก และตึกสูงระฟ้าย่าน Downtown ของเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นภาพสัญลักษณ์ของเซี่ยงไฮ้ นั่นเอง

แต่การถ่ายรูปที่จุดนี้อาจจะต้องใช้ความพยามหามุมกันหน่อยเพราะคนเยอะจริงๆครับ ส่วนตอนกลางคืน The Bund จะมีการเปิดไฟสวยงามหากมองมาจากอีกฝั่งก็จะสวยไปอีกแบบครับ

วัดจิ้งอัน (Jing’an Temple)

วัดจิ้งอัน (Jing’an Temple) เป็นวัดหนึ่งที่สำคัญของ เซี่ยงไฮ้  เลย ที่นี่มีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปีเลยทีเดียว ที่นี่เป็นวัดใหญ่ตั้งอยู่กลางแยกมีสถานีรถไฟใต้ดินเดินทางได้สะดวกมาก โดยมาลงที่สถานี Jing’an Temple ได้เลย ราคาเข้าวัดนั้นอยู่ที่คนละ 50 หยวน ( แอบแพงนะครับ ตีเป็นเงินไทยราวๆ 200 บาทเลยครับ ) 

ไฮไลท์ของที่นี่คือ พระใหญ่ที่อยู่ ณ หอกลาง , เจ้าแม่กวนอิมสลักจากไม้สูง 6 เมตร นอกจากจะสักการะพระพุทธรูปและเทพศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายแล้ว สองกิจกรรมที่คนเซี่ยงไฮ้นิยมทำกันก็คือ การโยนเหรียญให้เข้าไปในเจดีย์ธูป  และอีกกิจกรรมเป็นการแตะหยกชิ้นใหญ่ (ลักษณะเหมือนหิน) ซึ่งมีชื่อว่า Lucky Jade Stone แตะแล้วจะโชคดี ขอพรได้ดังใจ

Jade Buddha Temple

วัดพระหยก ขาว (Jade Buddha Temple) เป็นวัดสำคัญอันดับหนึ่งของเซี่ยงไฮ้ และในทุกวันคนจีนจากทั่วทุกสารทิศจะมากราบไหว้ เพราะที่วัดนี้มีพระพุทธรูปหยกสีขาวงดงาม ที่อัญเชิญมาจากพม่าอยู่ถึงสององค์ครับ องค์แรกเป็นพระพุทธรูปปางนั่งมีความสูง 190 เซนติเมตร และองค์ที่สองเป็นปางไสยาสน์ (ปางนอน) มีความ ยาว 96 เซนติเมตร ทั้งสององค์เปล่งประกายด้วยเนื้อหยกสีขาวนวล สีหน้างดงามและเปี่ยมด้วยเมตตา

โดยการเดินทางมาที่วัดนี้นั้น สามารถขึ้นรถไฟใต้ดินสาย 13 มาลงที่สถานี Jiangning Road จากนั้นเดินต่อไปอีกประมาณ 5 นาที และวัดพระหยกมีค่าเข้าชม 20 หยวน

Yu Yuan Garden

ตลาดอวี้หยวน หรือ ยู่หยวน หรือตลาด 100 ปี เฉิงหวังเมี่ยว เป็นแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ของที่เซี่ยงไฮ้ อาจจะเทียบได้กับสำเพ็งบ้านเรา คือมีร้านค้าอยู่ตามซอกซอย ทั่วทุกมุม เน้นขาย ของกิน ของฝาก ที่แนะนำว่าห้ามพลาดเลยคือ เสี่ยว หลง เปา ซุปปู หาทานยากครับ รสชาติดีอยู่ เมื่อเดินผ่านตลาดเข้าไปก็จะพบกับสวน อวี้หยวน คิดค่าเข้า 40 หยวนครับ

ส่วนเรื่องการเดินทางนั้น สามารถนั่งรถไฟใต้ดินมาลงที่สถานี Yu Yuan Garden ได้เลยครับ

Starbucks Reserve Roastery

Starbucks ที่นี่เคยเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีพื้นที่ 2 ชั้น รวม 29,000 ตารางฟุต หรือประมาณสนามฟุตบอล 1 สนาม และใช้พนักงานทั้งหมด 400 คน ทางเข้าจะเปิดรับคิวเป็นรอบๆไป เพราะข้างในก็ลูกค้าเยอะพอสมควรครับ

โดย Starbucks Reserve Roastery นั้นเป็นการพัฒนาต่อยอดมาจาก Starbucks Roastery and Reserve Tasting Room ซึ่งทำให้ที่นี่เป็นร้าน High End ของ Starbucks เลยก็ว่าได้เพราะฉะนั้นคอกาแฟก็ไม่ควรพลาดที่จะมาลองจิบกาแฟที่นี่สักครั้งครับ

Hema supermarket

หลายคนอาจจะงงว่าทำไม่ถึงต้องมาเที่ยวห้างด้วย แต่ที่ผมแนะนำมาในลิสท์นี้ด้วยเพราะว่า หลาย ๆ คนมีความเชื่อว่าประเทศจีน สกปรก ผู้คนไม่มีระเบียบ แต่ในความจริงแล้ว ที่เซี่ยงไฮ้แทบไม่มีอะไรแบบนั้นเลยครับ ที่สำคัญคือบ้านเมืองเขาพัฒนาไปไกลมากครับ หลาย ๆ คนคงรู้จักยักษ์ใหญ่ของวงการ it อย่าง Alibaba ใช่ไหมครับ

ที่ประเทศจีน Alibaba ยิ่งใหญ่มากนะครับและมีบริการหลากหลาย ครอบคลุมกิจวัตรประจำวันของชาวจีนแทบทุกอย่าง รวมไปถึง Hema ( เหอหม่า ) ซุปเปอร์มาร์เก็ตของ แจ๊ค หม่า ในเครือ Alibaba ที่มี concept ล้ำสมัยมาก ด้วยการการันตีความสด สดชนิดที่คุณสามารถมาซื้ออาหารทะเลเป็นๆที่นี่ได้ หรือจะให้นำมาปรุงอาหารทันทีเลยก็ได้ นอกจากนี้ทุกสินค้าจะมีแถบบาร์โค้ด ลูกค้าสามารถสแกนบาร์โค้ดด้วยโทรศัพท์มือถือ ข้อมูลทั้งหมดของสินค้าจะถูกแสดงออกมาชัดเจน ไม่ว่าจะมีแหล่งที่มาสินค้าจากที่ใดในโลก พร้อมกับตัวเลือกสินค้าอื่นๆ ลักษณะใกล้เคียงกันด้วย

นอกจากนั้น Hema ยังมีบริการ Logistic ส่งสินค้าด่วนจาก App ซึ่งภายใน Store มีการติดตั้งรางไว้เพื่อความรวมเร็วในการส่งสินค้าออกจากโกดังด้วย บอกเลยว่าที่นี่ทันสมัยสุดๆครับ

อาหาร

สิ่งที่ดีที่สุดของการมาเซี่ยงไฮ้คืออาหารอร่อย

Tang Palace Seafood Restaurant ( Huijing Branch )

ถ้าคุณโปรดปรานอาหารจีนอยู่แล้ว Tang Palace Seafood Restaurant จะทำให้คุณหลงรักได้ไม่ยาก แนะนำให้มาทานเป็นครอบครัวเพราะที่นี่เด่นหลายเมนู โดยเฉพาะติ่มซำไว้ใจได้เลยถ้าคุณชอบติ่มซำฮ่องกงผมว่าที่นี่ก็ไม่ทำให้ผิดหวังแน่ ๆ

แต่ที่สุดของที่สุดจริงๆผมยกให้โจ๊กครับ เกินกว่าที่คาดไปมาก โจ๊กหมูและไข่เยี่ยวม้า ของที่นี่จะทำให้ลืมโจ๊กที่เราเคยทานกันไปเลย ด้วยเนื้อสัมผัสละมุน ๆ กับรสชาติกลมกล่อมชามนี้ผมให้ 10/10 ไปเลย เพราะฉะนั้นก็ไม่แปลกถ้าผมจะยก Tang Palace Seafood Restaurant เป็นร้านที่ควรค่าแก่การมาซ้ำทุกครั้งที่ได้มาที่เซี่ยงไฮ้ครับ

Xijia Garden Restaurant

ประเทศจีนเป็นประเทศที่ใหญ่โตมาก ๆ ครับ ดังนั้นถ้าจะถามว่าอาหารจีนต้นตำรับเป็นแบบไหนนั้นคงตอบได้ยาก แต่ถ้าถามให้แคบมาหน่อยว่าอาหารเซี่ยงไฮ้แท้ ๆ ล่ะเป็นอย่างไร Xijia Garden Restaurant คือคำตอบครับ วัตถุดิบหลักของที่นี่จะเป็น ซีฟู้ดครับ น่าจะเพราะเซี่ยงไฮ้อยู่ติดทะเลทำให้หาทานได้ง่าย

ส่วนเมนูที่เป็นอาหารเซี่ยงไฮ้แท้ๆเลยคือ รากบัวยัดไส้ และผัดผัก ( จำชื่อไม่ได้จริง ๆ ) เป็นรสชาติแบบบ้านๆง่าย ๆ แต่แฝงด้วยความเป็นผู้ดีอยู่ในตัว ส่วนไฮไลท์ของที่นี่คือ เคาหยกที่หั่นเป็นลูกเต๋า นุ่มนิ่มละลายในปากเลยครับ ใครที่อยากจะมาลองอาหารเซี่ยงไฮ้แท้ ๆ ผมว่าร้านนี้น่าจะตอบโจทย์สุดครับ

Putien Restaurant

ที่ร้านอาหาร Putien ซึ่งตั้งอยู่ที่ศูนย์การค้าขนาดกลาง อาหารมาเสริ์ฟรวดเร็วไม่เกิน 15 นาที โดยรวมรสชาติดี อาหารที่ร้านจะเป็นสไตล์ฝูเจี้ยน รสชาติจะไม่จัดมาก และเหมืนร้านนี้จะโด่งดังที่สิงคโปรด้วย หลายๆเมนูที่สั่งมาก็จะออกแนวง่าย ๆ เป็นรสชาติที่ทานได้เรื่อย ๆ ไม่เบื่อ แนะนำให้มาลองกันดู

Casserole Porridge ร้านโจ๊กปู(上海静安区新闸路868号)

ร้านนี้เป็นร้านที่อยู่ชั้นบนของห้าง Super Brand Mall เมนูไฮไลท์เลยคือ โจ๊กปู เป็นโจ๊กที่ใส่กระดองปูลงไปแบบเต็ม ๆ ตัว แต่เมนูนี้ผมไม่ค่อยอินเท่าไรแต่ไม่ได้แย่นะครับ อาจจะเพราะผมคาดหวังไปเอง กลับกันเมนูอื่น ๆ ที่สั่งมาคือดีงามมาก หมูแดงที่ย่างมากำลังดีหมักซอสแบบเจ้มจ้น เนื้อนุ่นละมุนลิ้น ผัดถั่วที่ทำมารสจัดจ้านทานได้เรื่อย ๆ เผลอแปปเดียวมีหมดจาน บอกเลยว่าหน้าตาดูเป็นอาหารบ้าน ๆ แต่รสชาติระดับภัตราคารจริง ๆ

Dimdimsum Hongkong Style Tea Cafe

หนึ่งในร้านติ่มซำที่อยากจะแนะนำ ที่ร้านจะเป็นติ่มซำสไตล์ฮ่องกง ขนมจีบ ฮะเก๋า อร่อยสั่งไปหลาย ๆ เข่งเลย ซาลาเปาไส้ครีมที่นี่ปั้นเป็นรูปหมูน้อยน่ารัก ใส้แน่นอร่อยมาก พวกซุป ไก่ ปลา ทำได้ดีตามมาตราฐาน จะมีข้าวผัดที่สั่งมาแต่ไม่ค่อยถูกปากเท่าไร นอกนั้นดี ร้านอยู่ไม่ไกลจาก Starbucks Reserve Roastery ใครที่ต้องมาแถวนี้ก็แวะมาลองได้ครับ

ภาษา

ถึง เซี่ยงไฮ้ จะมีความเจริญมากแล้ว แต่บางพื้นที่โดยเฉพาะร้านค้าท้องถิ่นนั้น หลาย ๆ คนยังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่นการไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ ส่วนมากจะไม่เข้าใจภาษาอังกฤษเลย การสื่อสารหลักคือต้องอาศัยภาษามือบ้างท่าทางบ้าง หรือตัวช่วยที่ดีที่สุดเลย คือ Google Translate โดยพูดภาษาไทยไปเลยแล้วให้แอพแปลออกมาเป็นจีนกลาง วิธีนี้สามารถช่วยได้เยอะ แถมวิธีนี้ยังให้แปลจากจีนกลับมาเป็นไทยได้ด้วย

Alipay

หลาย ๆ ท่านน่าจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วว่าที่ประเทศจีน โดยเฉพาะมหานครอย่างเซี่ยงไฮ้นั้นเข้าสู่สังคมไร้เงินสดกันอย่างเต็มตัวแล้ว โดยจะเห็นได้ว่าช่องทางการจ่ายเงินหลัก ๆ ของที่นี้คือการแสกน QR CODE ผ่าน Alipay ( จือฟูเป่า ) ซึ่งเป็นแอพกระเป๋าเงินออนไลน์ของ Alibaba แม้แต่ร้านข้างทางเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จะรับชำระเงินผ่าน Alipay เช่นกัน

ดังนั้นถ้าเรามี Alipay ก็จะสะดวกมากครับ แต่การจะจ่ายเงินด้วย Alipay นั้นจะต้องทำการผูกบัญชี Alipay เข้ากับบัญชีธนาคารที่จีนก่อน แต่ก็ไม่ใช่ว่าคนไทยจะใช้ไม่ได้เลยนะครับ เพราะเราสามารถให้คนที่มีบัญชีฝั่งจีน โอนเงินเข้ามาที่บัญชี Alipay ของเราได้ หากใครสนใจที่จะใช้ Alipay จริง ๆ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ใน Google หรือหลังไมค์มาได้ครับ เพราะมีคนไทยที่ให้บริการเติมเงิน Alipay อยู่หลายเจ้า แต่จะมีค่าบริการหรืออัตราแลกเปลี่ยนที่แตกต่างกันไป

สรุป

ใครที่เคยมองข้ามเซี่ยงไฮ้ไปนั้นอยากให้ลองคิดใหม่ครับ เพราะที่นี่มีอะไรให้มาค้นหาอีกเยอะ ทั้งศิลปะวัฒนธรรม รวมไปถึงนวัตกรรมเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่สำคัญคืออาหารอร่อยด้วยครับแล้วพบกันใหม่ทริปหน้าครับ


อ่านบทความอื่นๆ
ติดตามเพจ