สิทธิบัตร รองเท้า การฟ้องร้องของ แบรนด์ดัง

สิทธิบัตร รองเท้า : เมื่อใดก็ตาม ที่ รองเท้า รุ่นหนึ่งดัง หรือ กําลังเป็น กระแส หรือ รองเท้าไอคอน ที่ขายดี เป็นเทน้ำเทท่า ก็มีแบรนด์รองเท้า น้อยใหญ่มากมาย พร้อมจะหยิบ บางลักษณะ มาทําเป็น รองเท้าคอลเลกชัน ของตัวเอง

ฝ่ายดูแลกฎหมาย ของบริษัทแบรนด์ดัง ไม่คิดว่า “ ความคล้าย ” เหล่านั้น เป็นเรื่องบังเอิญ จึงเกิด การฟ้องร้อง เรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ รองเท้า กันอยู่บ่อยครั้ง

ใน สหรัฐอเมริกา มีการจดสิทธิบัตร และ เครื่องหมายการค้า ผ่านหน่วยงาน United States Patent and Trademark (USPTO)

เพื่อป้องกัน เครื่องหมายการค้า สัญลักษณ์ แนวคิด นวัตกรรม และ เทคโนโลยี ของแบรนด์ตัวเอง ต่อแบรนด์อื่น ๆ

ไม่ว่าจะเป็น ชื่อแบรนด์ โลโก้ สโลแกน สัญลักษณ์ของแบรนด์ ดีไซน์ ส่วนประกอบ ของรองเท้า นวัตกรรม หรือ เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่คิดค้นขึ้น แต่ละแบรนด์ ที่จะจดสิทธิบัตร ต้องกรอกรายละเอียดอย่างชัดเจน

เพื่อส่งให้ USPTO พิจารณา ใช้เวลาประมาณ 6 – 8 เดือนในการอนุมัติ

ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่จะจด สิทธิบัตร สําเร็จ หากมัน ไปซ้ำกับ สิทธิบัตร อื่น หรือ เป็นนวัตกรรม ที่มีมานานแล้ว ก็ไม่สามารถ จดสิทธิบัตรได้

เมื่อการกรอกเอกสาร ต้องระบุ รายละเอียดของการออกแบบ ที่มีความ เฉพาะเจาะจง มาก บริษัท ที่ผลิตรองเท้าเลียนแบบ จึงใช้ช่องว่างทางกฎหมาย และ หยิบเอาส่วนหนึ่งส่วนใด ของรองเท้าต้นแบบ มาสร้างสรรค์ รองเท้ารุ่นของตัวเอง

โดย ปรับเปลี่ยนวิธีการเย็บ เปลี่ยนวัสดุที่ใช้ หรือ เปลี่ยนสี เพื่อให้ ไม่ผิดกฎหมาย

แต่ใช่ว่ากฎหมายสิทธิบัตรนี้ จะไม่มีประโยชน์ เพราะ เมื่อ อาดิดาส ฟ้องศาลว่า รองเท้ารุ่น Onix ของ Skechers ลอกเลียนแบบดีไซน์รุ่น Stan Smith จากความคล้ายทั้ง รูปทรง สีสัน สัญลักษณ์ รูระบายอากาศ 3 แถว

ศาล อเมริกา ตัดสิน ให้ สเก็ตเซอร์ส เป็นฝ่ายผิด และ ต้องหยุดขายรองเท้ารุ่นนั้นด้วย ในฐานะที่ ตั้งใจเลียนแบบ และ ทําให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด ผลการตัดสินในกรณีนี้ เปลี่ยนรูปแบบ ของการฟ้องร้อง เรื่องการเลียนแบบไปไม่น้อย

จากแต่ก่อน ที่ต้องเหมือน เกือบ ร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงจะถือว่าลอก

ช่วงเวลานี้ เราจึงเห็น ข่าวการฟ้องร้อง กันบ่อยขึ้น ทั้งกรณี การลอกเลียนแบบสัญลักษณ์ และ เครื่องหมายทางการค้า เช่น คอนเวิร์ส ชัค เทย์เลอร์ ที่มีขอบสีแดง มีพื้นยาง เป็นลายเพชร

และ สัญลักษณ์ดาว ที่ด้านข้างของรองเท้า Vans ที่มีลายตารางหมากรุก เป็นสัญลักษณ์

หรือ การตั้งใจ ทําให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด อย่างการ ทําแถบ 2 ขีด หรือ 4 ขีดบนรองเท้า ซึ่งผู้บริโภคก็จะนึกถึง อาดิดาส ก่อนเสมอ

อีกกรณีหนึ่งของการฟ้องร้องกัน ระหว่างแบรนด์รองเท้า ก็เพื่อประชาสัมพันธ์ และ แสดงความเป็น เจ้าของ ดีไซน์เหล่านั้น ให้โลกรับรู้

เพราะผู้บริโภค จะเห็นความแตกต่าง ของ “สิ่งที่อยากได้” กับ “ของเลียนแบบ” ชัดมากขึ้น


อ่านบทความอื่นๆ
ติดตามเพจ