นวัตกรรม รองเท้าผ้าใบ ของโลกที่น่าสนใจ

เทคโนโลยี รองเท้า : งานเปิดตัวรองเท้าผ้าใบทุกวันนี้ คล้ายงานเปิดตัวสมาร์ทโฟนเข้าไปทุกที่ คือ แทนที่จะว่ากัน ด้วยดีไซน์ หรือ แรงบันดาลใจ ในการออกแบบเท่านั้น แบรนด์รองเท้ามักมาพร้อม นวัตกรรมใหม่ ๆ เสมอ

หากเรา ย้อนไปยังนวัตกรรมแรก ๆ ที่เกี่ยวข้องกับรองเท้าผ้าใบนั้น จะพบว่า มันถูกพัฒนา เพื่อเสริมสมรรถภาพให้กับนักกีฬา เช่น ทําให้รองเท้า ยึดเกาะพื้นสนามแข่งขันได้ดีขึ้น ทําให้รองเท้า ลดแรงกระแทก ทําให้รองเท้า น้ำหนักเบาที่สุด ฯลฯ

แต่ปัจจุบัน นวัตกรรมเหล่านี้ ไม่ได้ถูกคิดค้น หรือ พัฒนาเพียงเพื่อนักกีฬาเท่านั้น แต่ยังเข้ามา ตอบสนองวิถีชีวิตของคนทั่วไปอีกด้วย ซึ่งแต่ละแบรนด์ ก็มีนวัตกรรมเฉพาะของตัวเอง

เราได้จับเอานวัตกรรมที่น่าสนใจ ของแต่ละแบรนด์มารวมกัน โดยจะออกมีประมาณนี้

THE WAFFLE SOLE

1974 Nike
เทคโนโลยี รองเท้า

หากใครหยิบรองเท้าผ้าใบ ไนกี้ หลาย ๆ รุ่นมาพลิกดู พื้นรองเท้า จะพบว่า มันมีลักษณะเป็นช่องสี่เหลี่ยมเรียงเป็น แพตเทิร์น คล้ายขนมวาฟเฟิล โดยนวัตกรรมนี้ เกิดจากการ ที่ Bill Bowerman โค้ชวิ่ง และ เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง ไนกี้ ไปเห็น เครื่องทําวาฟเฟิลของภรรยา เขาจึงทดลอง นํายางมาเทลงในพิมพ์ และ เอาไปประกอบรองเท้าวิ่ง ผลคือ รองเท้าวิ่ง คู่นั้นเกาะพื้นสนามได้ดีกว่าพื้นรองเท้าทั่วไป และ ถือเป็น นวัตกรรมแรกจ ากไนกี้

AIR MAX TECHNOLOGY

1987 Nike
เทคโนโลยี รองเท้า

จุดเริ่มต้น นวัตกรรม เดินบนอากาศ เกิดขึ้นเมื่อปี 1969 เมื่อ Frank Rudy วิศวกรที่เคยทํางานให้กับนาซา ได้คิดค้น วิธีอัดอากาศ เข้าไปในตัวรองเท้า แต่นําไปเสนอบริษัทรองเท้าแห่งใด ก็ไม่มีใครเห็นค่า จนกระทั่งมาเสนอ ไนกี้ แล้ว ไนกี้ ตอบรับ จึงร่วมกันพัฒนาจนได้เป็น Air Unit ซึ่งเอาไว้ใช้ลดแรงกระแทก โดยแรกเริ่ม Air Unit นี้จะถูกซ่อนอยู่ในพื้นรองเท้า ไม่มีใครเห็น จนกระทั่ง Tinker Hatfield นักออกแบบของ ไนกี้ ได้เดินทางไปยังพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย ในฝรั่งเศส Centre Georges Pompidou แล้วเห็น การเปิดเปลือย ตัวอาคาร จนเห็นรายละเอียดต่าง ๆ จึงกลับไปร่างแบบในกระดาษ จนเป็นที่มาของ Nike Air Max 1 ที่เปิดเปลือย จนเห็น Air Unit ที่ซ่อนอยู่ภายใน

THE PUMP

1989 Reebok
เทคโนโลยี รองเท้า

ปลายยุค 80 ถือเป็นยุคที่นวัตกรรมในรองเท้าผ้าใบ เริ่มดเดือด ฝั่ง ในกี้ มี Air Max เป็นตัวชูโรง แต่แล้ว วงการรองเท้าผ้าใบ ก็สั่นสะเทือน เมื่อ รีบอค วางจําหน่าย รองเท้าบาสเกตบอล ที่มีชื่อว่า Reebok Pump ซึ่งบริเวณ ลิ้นรองเท้า มีปุ่มให้ปั้มลมเข้าไป เมื่อเราสวม แล้วกดปุ่มปั้มไปเรื่อย ๆ รองเท้า จะกระชับขึ้น โดย รองเท้ารุ่นนี้ ตั้งสโลแกนสุดแสบ เพื่อล้อกับนวัตกรรม Air ของทางไนกี้ว่า “Pump Up and Air Out” แม้หลังจากนั้น แบรนด์รองเท้า คู่แข่งจะพยายามทํารองเท้าที่ปั๊มอากาศเข้าไป ให้สวมใส่ได้กระชับขึ้น แต่ ก็ไม่มีใครที่ทําได้ลงตัว เรียบง่าย เท่ารีบอคแล้ว

L.A. LIGHTS

1992 L.A. Gear
เทคโนโลยี รองเท้า

ใครที่เติบโตมาในยุค 90 คงทัน รองเท้าผ้าใบ ที่เหยียบแล้ว มีไฟกะพริบบริเวณส้นรองเท้า โดยแบรนด์ต้นแบบ ซึ่งเป็นผู้คิดค้น คือ L.A. Gear ก่อนที่หลังจากนั้นหลายปี จะถูกรองเท้าจีนแดง ลอกเลียนจนเต็มตลาด นวัตกรรมนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อเจาะกลุ่ม เด็กโดยเฉพาะ ทําให้ L.A. Gear ขายรองเท้าผ้าใบสําหรับเด็ก ได้หลายล้านคู่ ภายในปีแรกที่มันวางจําหน่าย

FREE TECHNOLOGY

2005 Nike
เทคโนโลยี รองเท้า

ในขณะที่นวัตกรรมรองเท้าวิ่ง ต่างมุ่งพัฒนาเรื่องการ รองรับการกระแทก แต่ Free Technology นั้น มุ่งพัฒนาให้มนุษย์เรา วิ่งอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด โดย คอนเซปต์ ของนวัตกรรมนี้ คือ การพัฒนาให้รองเท้า ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับการวิ่งเท้าเปล่ามากที่สุด เนื่องจาก การวิ่งเท้าเปล่านั้น ทําให้กล้ามเนื้อขยับได้อย่างมีอิสระ

FLYKNIT

2012 Nike
เทคโนโลยี รองเท้า

Flyknit คือ หนึ่งในนวัตกรรม ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการรองเท้าผ้าใบ สื่อบางสํานัก ถึงกับยกย่องว่า นี่คือนวัตกรรมเปลี่ยนโลก Flyknits เกิดขึ้นจาก การนําเส้นใยสังเคราะห์ มาถักทอร้อยขึ้นรูปรองเท้า เพื่อให้ รองเท้า เบาที่สุด กระชับ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเท้า ไม่ต่างจากถุงเท้า ยืดหยุ่น และ เหลือส่วนเกิน ที่ต้องตัดทิ้งเป็นขยะให้น้อยที่สุด ในกระบวนการผลิต โดย ตั้งแต่ปี 2012 ไนกี้ ลดขยะไปแล้วราว 3.5 ล้านปอนด์

BOOST

2013 adidas
เทคโนโลยี รองเท้า

จุดเปลี่ยนที่สําคัญจุดหนึ่ง ที่ทําให้ อาดิดาส เริ่มกลับมาทวงคืน ความยิ่งใหญ่ ในตลาดรองเท้าผ้าใบ หลังจากเงียบหายไปนาน คือการ คิดค้นเทคโนโลยี Boost ได้สําเร็จ โดยนวัตกรรมนี้ เป็นโปรเจกต์ร่วมระหว่าง adidas และ BASF บริษัทเคมีภัณฑ์ข้ามชาติสัญชาติเยอรมัน ซึ่งใช้เวลาพัตนา นานกว่า 3 ปี จนได้ นวัตกรรมพื้นรองเท้า ที่รองรับการกระแทก แถมยังสะท้อน ส่งแรงกลับไปยังผู้วิ่ง ได้ดีที่สุดชิ้นหนึ่งของโลก


อ่านบทความอื่นๆ
ติดตามเพจ

เทคโนโลยี รองเท้า