กลยุทธ์มีกี่ระดับ

กลยุทธ์มีกี่ระดับ คํานิยามของกลยุทธ์ : ก่อนที่จะเข้าสู่หัวข้อต่อไปของกลยุทธ์ คงต้องทําความเข้าใจกับ คํานิยามของกลยุทธ์เสียก่อน เนื่องจากการใช้คําว่ากลยุทธ์ในปัจจุบันมีความไม่ถูกต้องมาก อาจจะเป็นเพราะว่าการใช้คําว่ากลยุทธ์ มีความโก้หรู แต่ที่จริง แล้วคนทั่วไปส่วนใหญ่ หมายถึงวิธีการมากกว่า คํานิยามของกลยุทธ์ที่ถูกต้อง มีบัญญติไว้หลายแบบ

“ ทิศทาง และ ขอบเขตขององค์กรระยะยาว ซึ่งสามารถที่จะสร้าง ความได้เปรียบทางการแข่งขัน โดยอาศัยการแบ่งสรร และ บริหารทรัพยากร ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองความต้องการ ของตลาดและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ”

“ ระบบการวางแผนในปัจจุบัน และ อนาคต เพื่อกําหนดวัตถุประสงค์ การแบ่งสรร ทรัพยากร และปฏิสัมพันธ์ระหว่างองค์กร ลูกค้า คู่แข่งขัน ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ”

ไม่ว่าจะเป็นคํานิยามใด คําว่ากลยุทธ์ เป็นการกําหนดทิศทางระยะยาว เกี่ยวข้องกับการแบ่งสรรทรัพยากร และ มีการนําการเปลี่ยนแปลงของ สิ่งแวดล้อมเข้ามาพิจารณาร่วม

กลยุทธ์มีกี่ระดับ

กลยุทธ์มีกี่ระดับ : ระดับของกลยุทธ์

เพื่อเป็นการซักซ้อมความเข้าใจ กลยุทธ์สามารถถูกแบ่งออกเป็น 3 ระดับด้วยกัน

1. ระดับองค์กร

ผู้รับผิดชอบมักจะเป็นผู้บริหารระดับสูง โดยกําหนดทิศทางโดยรวม ขององค์กร มักจะพบเฉพาะองค์กรที่มีมากกว่าหนึ่งธุรกิจ องค์กรที่มีเพียงหนึ่งธุรกิจ จะไม่มีกลยุทธ์ระดับองค์กร การวางแผนกลยุทธ์ระดับองค์กร มักมีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง

2. ระดับธุรกิจ

กลยุทธ์ระดับธุรกิจ เป็นกลยุทธ์ที่เฉพาะเจาะจงสําหรับ ธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งเท่านั้น ซึ่งธุรกิจอาจจะมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่คล้าย หรือแตกต่างกันก็ได้ อย่างไรก็ดี หลักการที่เหมาะสมสําหรับกลยุทธ์ระดับธุรกิจ คือ อย่างน้อยควรจะมีการผสานกําลังที่ดี กับธุรกิจอื่น ๆ และ สอดคล้องกับทิศทางโดยรวมของ องค์กร

3. ระดับสายงาน

กลยุทธ์นี้เป็นกลยุทธ์ระดับปฏิบัติงาน เช่น สายงานการเงิน สายงานการดําเนินงาน สายงานการตลาด สายงานทรัพยากรบุคคล กลยุทธ์ระดับนี้ มีความจําเป็นในการบรรลุเป้าหมายของธุรกิจ แต่มักจะมีประสิทธิภาพเฉพาะ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์-ตลาด (Product-Market) ที่กําหนดไว้

กลยุทธ์มีกี่ระดับ

จากการวิเคราะห์กลยุทธ์ระดับต่าง ๆ จะเห็นได้ว่ากลยุทธ์การตลาด อยู่ในระดับสายงาน แต่ทว่าในปัจจุบันกลยุทธ์การตลาดได้รับความสําคัญมากขึ้น และ ถูกจัดให้เป็นกลยุทธ์ที่องค์กร ใช้ในการเดินหน้าขององค์กร โดยกลยุทธ์อื่น ๆ จะถูกกําหนดตามทิศทางของกลยุทธ์การตลาดเป็นหลัก ดังเรียกว่าการตลาด แบบถอนรากถอนโคน (Radical Marketing)

การตลาดแบบถอนรากถอนโคน (Radical Marketing)

การตลาดในปัจจุบัน มีลักษณะที่แตกต่างไปจากเดิมมาก จนได้รับการขนานนามว่า เป็นการตลาดแบบถอนรากถอนโคน ซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้

1. กรรมการผู้จัดการใหญ่มีอํานาจ และ ความรับผิดชอบโดยตรงต่อสายงานการตลาด ซึ่งช่วยให้หน่วยงานการตลาด มีความยืดหยุ่น และ ตอบสนอง ต่อสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น ส่งผลให้หน่วยงานการตลาด มีขนาดที่เล็กลง และ มีอํานาจในการตัดสินใจมากขึ้น

2. การตลาดในปัจจุบันให้ความสําคัญต่อการพบลูกค้าแบบเผชิญหน้าตัวต่อตัวมากขึ้น แทนที่จะให้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ทําหน้าที่แทน โดยเฉพาะลูกค้าที่มีความสําคัญมาก เช่น ลูกค้าที่มีความจงรักภักดี หรือ เป็นลูกค้าที่มีการใช้บริการสูง หรือ ในปริมาณมาก ซึ่งเป็นไปตามคุณลักษณะของ การจัดการลูกค้าสัมพันธ์ที่องค์กรจะจัดสรรการลงทุนทางการตลาดในปริมาณ มากต่อลูกค้าที่มีความสําคัญมากกว่าลูกค้าทั่วไป

3. การใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยีการตลาดมากขึ้น ในการตัดสินใจ ทางการตลาด โดยเฉพาะการทําการวิจัยการตลาด ในการติดตามความต้องการ และ พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า โดยเฉพาะในปัจจุบัน ที่กลุ่มของลูกค้ามีขนาดเล็กลงกว่าเดิม และมีความแตกต่างไปจากเดิมมากขึ้น

4. การตลาดแบบถอนรากถอนโคน มุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์ มากกว่าการขาย ดังนั้นองค์กรในลักษณะนี้ จะเน้นให้พนักงานทุกคนเป็นนักการตลาด ซึ่งหมายความว่าองค์กรให้ความสําคัญในการค้นหาความต้องการของลูกค้า และ พยายามที่จะเสาะแสวงหาผลิตภัณฑ์ หรือ บริการที่ลูกค้าต้องการ นอกจากนั้น พนักงานยังต้องให้ความสําคัญต่อความคิดเห็นของลูกค้า รัก และ เคารพในความคิดเห็นที่แตกต่าง

5. การสร้างชุมชนของผู้บริโภค จัดเป็นการทําการตลาดแบบใหม่ ซึ่งให้ความสําคัญในพฤติกรรม และ ความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค การจัด ชุมชนทําได้ในหลายลักษณะ เช่น การจัดงานให้กับชุมชนท้องถิ่น การจัดทํา เว็บไซต์ chatroom หรือ forum ช่วยให้องค์กร สามารถติดตามความต้องการ ที่เปลี่ยนแปลงในลักษณะที่ไม่โจ่งแจ้งจนเกินไป

6. การคิดเชิงวิเคราะห์ไม่เพียงพอสําหรับการตลาดในลักษณะนี้ การ คิดเชิงสร้างสรรค์ มีความสําคัญมากขึ้นในการออกแบบ และวางแผนการตลาด แบบบูรณาการ โดยอาศัยแนวคิดของการมองจากข้างนอกเข้าสู่ข้างใน อันเป็นสาเหตุหลัก ที่ปัจจุบันองค์กรมักจ้างเจ้าหน้าที่การตลาด จากสาขาวิชาอื่น ๆ เพื่อ ให้เกิดความคิดที่แตกต่าง และ มีความสร้างสรรค์มากขึ้น

7. การตลาดแบบถอนรากถอนโคน เป็นการตลาดที่กลับไปสู่พื้นฐาน (back-to-basic) มากกว่าการตลาดที่สลับซับซ้อน ที่จริงแล้วการตลาดแบบนี้ นอกจากจะมุ่งเน้นลูกค้า ยังมุ่งเน้นการทําการตลาดที่มีเหตุผล สมเหตุสมผล อาศัยสามัญสํานึก (Common sense) เป็นหลักการสําคัญ

8. การสร้างแบรนด์ เป็นองค์ประกอบสําคัญของการตลาดแบบถอนรากถอนโคน ซึ่งนอกจากการมุ่งเน้นความต้องการของลูกค้า ความสัมพันธ์ ลูกค้า การตลาดที่มีความสร้างสรรค์แล้ว พนักงาน และ เจ้าหน้าที่ต้องเป็นพนักงานการตลาด ที่เต็มใจ และ ไม่มุ่งเน้นการขายแต่อย่างเดียว พนักงาน และ องค์กรต้องรักษาคํามั่นสัญญาให้เป็นไปตามคุณลักษณะของแบรนด์ที่สร้างไว้

กลยุทธ์มีกี่ระดับ

ความแตกต่างระหว่างการจัดการการตลาด (Marketing Management) และการตลาดเชิงกลยุทธ์ (Strategic Marketing) คืออะไร

การจัดการด้านการตลาด มุ่งเน้นการนํากลยุทธ์ไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดจากการกลั่นกรองอย่างละเอียดมาแล้ว ตลอดจนมีการกําหนด กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย งบประมาณ เป้าหมาย และ วัตถุประสงค์ที่ชัดเจนมาเรียบร้อย สิ่งที่เหลือคือ นักการตลาด จะต้อง กําหนดกลยุทธ์ในระดับ ส่วนประสมทางการตลาด (Marketing Mix) ที่เหมาะสมให้บรรลุตามเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ที่กําหนดไว้ ซึ่งกลยุทธ์เหล่านี้จะถูกควบคุมด้วยแผนกิจกรรม ต่างๆ (Action Plan) และมักจะมีระยะการวางแผนที่สั้นกว่า

ส่วนการตลาดเชิงกลยุทธ์นั้น เป็นการมองภาพรวมที่กว้างกว่า มักจะมองเป็นภาพรวมขององค์กร หรือ ของหมวดหมู่สินค้า โดยมีการวิเคราะห์ และ การติดตามการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของลูกค้า กลุ่มลูกค้าต่าง ๆ สิ่งแวดล้อม จุลภาค และ มหภาค การเคลื่อนไหวของลูกค้า ศักยภาพ ลักษณะการแข่งขันใน อุตสาหกรรม เพื่อวางกลยุทธ์และแบ่งทรัพยากรที่เหมาะสม และ สอดคล้องกับ วิสัยทัศน์ที่องค์กรพึงประสงค์


อ่านบทความอื่นๆ
ติดตามเพจ Facebook