“บอดี้แฟต” : น้อยไป…ใช่ว่าดี

บอดี้ แฟต : เรารู้ว่าหุ่นที่มีกล้ามสุดคม ซิกแพ็คเป็นลอน (อย่างแบรด พิตต์ ในเรื่อง Fight Club) เป็นที่ปรารถนาของชายหนุ่มทุกคน และ เราก็รู้อีกด้วยว่า การได้มันมาต้องแลกกับหยาดเหงื่อ พละกําลัง และ เวลาไม่รู้ตั้งเท่าไร แต่ขอโทษถ้าต้อง บอกคุณตรง ๆ ว่าร่างกายที่มีเปอร์เซ็นต์ไขมัน (Body Fat) ต่ำเกินไป ใช่ว่าจะมีแต่ข้อดี เมื่อมัน ส่งผลกระทบกับร่างกายและจิตใจ

แน่ล่ะว่าใคร ๆ ก็อยากได้กล้ามอก หนาบึกบึน อยากให้หน้าท้องแข็งปัง มีซิกแพ็ค ที่มองเห็นได้ชัด แม้ยามใส่เสื้อผ้า แถมไบเซ็ปส์ยังแน่นคับปลาย แขนเสื้อ ทางเดียวที่ทําได้คือสร้างวินัย ในการบิลด์กล้ามเนื้อ คาร์ดิโอเผาผลาญ ไขมัน และควบคุมอาหารการกิน แม้ฟังดูยากลําบากแต่ก็มีชายหนุ่ม จํานวนไม่น้อย ที่ยอมสวามิภักดิ์ ต่อหลักสามประการเพื่อให้ได้มาซึ่งหุ่นดังฝัน

บอดี้ แฟต

ข่าวร้ายคือ ล่าสุดมีการศึกษาหลายชิ้นยืนยันว่า การมีหุ่นเซี้ยะไร้ไขมัน อาจส่งผลอันตรายถึงชีวิต เนื่องจาก มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียสเตทพบว่า ผู้ชายที่มีเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายระหว่าง 15-20% จัดว่าอยู่ในกลุ่มสุขภาพดี ขณะที่ไขมัน 3% ถือว่าน้อยเกินไป และ อาจฆ่าคุณได้ “เปอร์เซ็นต์ไขมัน ในร่างกายที่ต่ำกว่า 5% เป็นสัญญาณ เตือนว่า สุขภาพของคุณกําลังย่ำแย่ ไม่เว้นแม้แต่นักกีฬามืออาชีพ”

จอร์จ เฟียร์ ผู้แต่ง Lean Habits for Lifelong Weight Loss กล่าว “ ส่วนใหญ่ นักเพาะกายผู้ชาย มักมีเปอร์เซ็นต์ไขมันต่ำกว่า 5% เพื่อเตรียมพร้อมสําหรับการแข่งขัน แต่พวกเขา จะปล่อยตัวเมื่อจบฤดูกาล ” นั้นเป็นเพราะ เปอร์เซ็นต์ไขมันส่งผลกับ ร่างกาย ทั้งระบบการทํางานของหัวใจ ระบบต่อมไร้ท่อ ระบบสืบพันธุ์ รวมทั้ง ระบบประสาทส่วนกลาง

1. หัวใจแย่

“ การมีเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายต่ำเกินไป ส่งผลต่อการทํางานของหัวใจ ” ดร. เควิน แคมป์เบล ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ กล่าว การศึกษาใน International Journal of Sports Physiology and Performance ยังระบุว่า ช่วงที่นักเพาะกาย ต้องรีดไขมันออกจนหมด อัตราการเต้นของหัวใจจะลดลงเหลือเพียง 27 ครั้ง/นาที ซึ่งถือว่าต่ํามาก อาจน็อคได้ทุกเมื่อ รวมถึงการทํางานของสมอง ที่ได้รับผลกระทบเต็ม ๆ เมื่อกรดไขมันในสมองลดลง ก่อกวนความสามารถในการโฟกัส และ ทําให้สมองเหนื่อยล้าได้ง่าย

2. ผิวหยาบ

ถ้ากล้ามสวยแต่ผิวหน้าแย่ คุณจะเอาไหม คงไม่จําเป็น ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แค่ทําให้มันพอดี ๆ เมื่อไขมันในอาหาร และ ร่างกายเป็นสิ่งจําเป็นต่อสุขภาพผิว

คนที่ควบคุมอาหารเพื่อไล่ไขมันออก มักเลี่ยงกินคาร์บที่ช่วยดูดซับน้ำ ร่างกายจึงขาดน้ำ จนเป็นเรื่องปกติ และเมื่อขาดน้ำสะสมเป็นเวลานาน ร่างกายจะค่อย ๆ ดึงน้ำจากผิวมาใช้หล่อเลี้ยงตามอวัยวะต่าง ๆ ผิวก็เลย แห้งกร้านไม่ชวนมอง

3. หมดแรงไว

เมื่อร่างกายจําเป็นต้องใช้ ไขมันสร้างพลังงาน แต่คุณไม่รับเข้าไปเลย ร่างกายก็ไม่มีเรี่ยวแรง นอกจากนั้นเปอร์เซ็นต์ไขมันที่ต่ำ มาก ๆ ยังส่งผลให้หัวใจเต้นช้าลง และ ลดการผลิตฮอร์โมนไทรอยต์ ทําให้เหนื่อยง่ายอีกด้วย

4. ป่วยบ่อย

สังเกตไหมว่าคนที่มีไขมันต่ำ มักบ่นให้คนรอบข้างฟังบ่อย ๆ ว่า “ หนาว ๆ ” เพราะไขมัน รับหน้าที่รักษาอุณหภูมิในร่างกาย รวมถึงห่อหุ้มอวัยวะต่าง ๆ “ คนที่มีเปอร์เซ็นต์ไขมันน้อย มักบ่นหนาวตลอดเวลา ” ดร.แคมป์เบล กล่าว แถมยังส่งผลให้ฮอร์โมน ความเครียดอย่าง คอร์ติซอล พุ่งสูงขึ้น ก่อนชิ่งไปกระทบระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือ ง่ายที่จะป่วยเป็นไข้หวัด

5. ยกเท่าไรก็ไม่ขึ้น

เปอร์เซ็นต์ไขมันที่ต่ำเกินไป ทําให้การเวิร์กเอาต์ ไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร เพราะเวลาคุณออกกําลัง นาน ๆ พอร่างกายดึงคาร์โบไฮเดรต มาใช้จนหมด ก็จะเปลี่ยนมาดึงไขมันไปใช้เป็นพลังงานแทน ดังนั้นถ้าคุณ มีไขมันเหลืออยู่เพียงน้อยนิด ฟอร์มของคุณก็จะแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด แถมเล่นให้ตายอย่างไรก็ขึ้นยาก

เพราะเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย ที่ต่ำเกินไปจะดึงไกลโคเจน (มีหน้าที่ เก็บคาร์โบไฮเดรตในกล้ามเนื้อและตับ) ให้ต่ำลงด้วย ซึ่งเจ้าไกลโคเจนนี่แหละ ที่ทําหน้าที่ฟื้นฟูร่างกายหลังการ ออกกําลัง รวมถึงฮอร์โมนเพศชาย เทสทอสเทอโรนก็ลดลงด้วย

นพ.ไมค์ เนลสัน นักสรีรวิทยา การออกกําลังกาย กล่าว ทั้งหมด ที่กล่าวมานี้ เลยยากที่จะปั้นกล้าม ให้ใหญ่ขึ้น สอดคล้องกับงานวิจัย ที่ตีพิมพ์ใน International Journal of Sports Physiology and Performance ซึ่งระบุว่าเมื่อนักเพาะกายสูญเสีย มวลกล้ามเนื้อ และ ความแกร่งหนึ่งเดือน ก่อนการแข่งขัน (เพราะต้องรีดไขมัน) พวกเขาต้องใช้เวลาถึงกว่า 6 เดือน เพื่อเรียกกล้ามเนื้อให้กลับคืน

6. หิวตลอดเวลา

การที่คุณไดเอตหรือควบคุมอาหารตลอดเวลา กินแต่ อกไก่ บรอกโคลี กับอากาศ ยิ่งทําให้ พวกจังก์ฟู้ด เปรียบเป็นดังอาหาร จากสรวงสวรรค์ เพราะการควบคุม เปอร์เซ็นต์ไขมันให้อยู่ในระดับต่ำตลอดเวลา เป็นการลดฮอร์โมนเลปติน หรือฮอร์โมนที่ทําให้รู้สึกอิ่ม (ผลิตโดย เซลล์ไขมัน) มีหน้าที่สั่งการให้สมอง หยุดความอยากอาหาร ทีนี้พอไม่มี คุณก็เลยกินไม่ยั้ง

7. อสุจิอ่อนแอ

การที่คุณมีเลปติน และ เทสทอสเทอโรน ต่ำยังส่งผล ต่อการสร้างอสุจิ เพราะร่างกายคนเรา กลัวตาย เลยตัดทุกทางเพื่อการอยู่รอด ไม่เว้นแม้แต่การผลิตอสุจิ ดังนั้นหาก หวังจะให้ภรรยาตั้งครรภ์จากวิธีดั้งเดิม คงเป็นไปได้ยาก อย่าว่าแต่การหลังเลย เอาแค่นกเขาขันให้ได้ก่อนเถอะ

8. อารมณ์บูดตลอดเวลา

อย่างที่บอกว่า คุณต้องทุ่มเทให้กับการเข้ายิม และ ควบคุมอาหาร จึงไม่มีเวลา และ ไม่อยากพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง เพราะกลัวว่าเปอร์เซ็นต์ไขมันจะเพิ่มขึ้น 0.5 เปอร์เซ็นต์ ทีนี้เมื่อไขมันในสมอง มีน้อย เลยส่งผลต่อการทํางานด้านอารมณ์ เพราะสมองต้องการพลังงาน ในการทํางาน ส่งผลให้อารมณ์เหวี่ยง ขึ้น ๆ ลง ๆ ตลอด

9. ไม่มีชีวิตเหมือนคนอื่น

“ การพิชิตเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทําให้ไลฟ์สไตล์ของคุณเปลี่ยน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ชายส่วนใหญ่ ไม่อยากให้เกิดขึ้น ” เฟียร์กล่าว “ การเลี่ยงเครื่องดื่ม มีนเมา ทํากับข้าวกินเอง ไม่ออกไปกินนอกบ้านเลย หรือชั่งทุกอย่างที่คุณ หยิบเข้าปาก พฤติกรรมเหล่านี้ใช้เวลา และความใส่ใจมากกว่า งานประจําที่ทําเสียอีก เว้นเสียแต่ว่าทําแล้ว ไม่ได้เงินนี่สิ ”

ถ้าคุณอยากออกกําลังกาย และ เลือกกินเพื่อให้หุ่นลีน พึงระลึกไว้ว่า อะไรที่มากเกินไปมักไม่ดี เดินสายกลาง จะดีที่สุด และไม่เจ็บตัวด้วยครับ


อ่านบทความอื่น ๆ
ติดตามเพจ Facebook