ไม่อยากอายุสั้น ต้องระวังโรคอ้วน

โรคอ้วน คือ ปัจจัยเสี่ยง ของภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน และ ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับ อีก 50 โรค ซึ่งจะทําให้เราอายุสั้นลงด้วย ตื่นตัวกันได้แล้วล่ะ!

สมัยนี้มีเรื่องน่าเห็นใจมากมายเหลือเกิน ผู้ชายที่อ้วนที่สุด ในอังกฤษอย่าง คาร์ล ทอมป์สัน เลยไม่ค่อยได้รับความเห็นใจสักเท่าไร ตอนที่เสียชีวิต ชายวัย 33 ปี คนนี้ หนักถึงกว่า 400 กิโลกรัม เขาได้แต่นอนบนเตียง และ ไม่เคยออกจากบ้านเลย

คนอ้วนอย่างคาร์ล มีมากกว่า ที่คิด เพราะผลสํารวจด้านสุขภาพ อย่างเป็นทางการของอังกฤษ ชี้ว่าปัจจุบันประชากร 1 ใน 4 ได้รับ การวินิจฉัย ว่าเป็นโรคอ้วน โดยมี เบาหวาน และ โรคหัวใจ เป็นของแถม โรคอ้วน จึงไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ แต่เป็นเหมือนโทษประหารเลยทีเดียว

คนที่อ้วนที่สุด

ภาวะน้ำหนักเกิน และ โรคอ้วน เกิดจากสภาพแวดล้อมทางสังคม ที่เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่แย่ลง ส่งผลให้เกิด ความไม่สมดุลทางร่างกายมากขึ้น โดยเฉพาะพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น อาหารฟาสต์ฟู้ด น้ำอัดลม ของหวาน ของทอด รวมไปถึงการไม่มีเวลา หรือ ไม่ให้ความสําคัญกับการออกกําลังกายเท่าที่ควร อันเนื่องมาจาก การมีวิถีชีวิตที่เร่งรีบแบบคนเมืองนั้นเอง

ภาวะโรคอ้วนในบ้านเรา มีแนวโน้มจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต จากผลการสํารวจสุขภาพคนไทย พบว่าคนอายุ 15 ปีขึ้นไปมากกว่า 1 ใน 3 มีภาวะน้ำหนักเกิน และ อ้วนเพิ่มขึ้นสองเท่าตัว เมื่อเทียบกับในช่วง สองทศวรรษที่ผ่านมา

จากรายงานสุขภาพของคนไทยเมื่อปี 2557 ระบุว่า โรคอ้วน ถือเป็นสาเหตุให้เจ็บป่วย และ เสียชีวิตก่อนวัยอันควร จากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อาทิ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคตับ โรคมะเร็ง โรคเกี่ยวกับถุงน้ำดี โรคซึมเศร้า ภาวะหายใจลําบาก และ หยุดหายใจขณะหลับ และ โรคข้อเข่าเสื่อม โดยคนอ้วน มีโอกาสเป็นโรคเหล่านี้มากกว่า ปกติถึง 2-3 เท่า

ดร.แมทธิว เคปฮอร์น ผู้อํานวยการ National Obesity Forum อธิบายว่า โรคอ้วนอาจเป็นปัญหาใหญ่กว่าที่คิด เพราะ “ผลวิจัยชี้ว่า เราจะประเมินน้ำหนักตัวต่ำกว่าความเป็นจริง คนอ้วนเลยคิดว่า ตัวเองน้ำหนักเกิน แค่เล็กน้อยเท่านั้น”

และ คนที่ไม่อยากยอมรับ ก็มักจะเป็นผู้ชายอีกตามเคย ถึงแม้ การเป็นโรคอ้วนทั้งในเพศชาย และ เพศหญิง จะมีอัตราพอ ๆ กัน แต่คนที่ พยายามทําอะไรบางอย่างกับเรื่องนี้ ก็มักจะเป็นผู้หญิง ซึ่ง ดร.เคปฮอร์น คิดว่าอาจเป็นเพราะผู้หญิงมีแรงกดดันเรื่องภาพลักษณ์สูงกว่านั้นเอง “เราต้องหาทาง ทําให้คนที่ไม่อยาก ยอมรับตระหนักว่าน้ำหนักตัวคือ ปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ และนั้นก็อาจ จะหมายถึงการเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ เป็นผู้ชายด้วยวิธีที่ต่างกัน” เขากล่าว

โรคอ้วน ผู้หญิง

“ โรคอ้วนก็ไม่ต่างจาก การเทปูนลงไปใน เครื่องยนต์ เพราะ ไขมันจะไปอุดช่องว่าง ระหว่างอวัยวะสําคัญ ๆ ”

เราทุกคนรู้ดีว่าน้ำหนักเกิน ที่แบกรับมีผลเสียกับตัวเอง แต่ถ้า ได้รับรู้ความจริงทั้งหมด เราก็น่าจะ ตื่นตัวกันมากกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ทั้งความจริงที่ว่า โรคอ้วน คือสาเหตุ ส่วนหนึ่งของอีกกว่า 50 โรค หรือ มีส่วนทําให้อาการของโรคเหล่านั้น เลวร้ายลง และความจริงที่ว่า ศาสตราจารย์ เจนนิเฟอร์ ลิจิเบล นักวิจัยมะเร็งที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เพิ่งทํานายว่าภายใน 15 ปีข้างหน้า โรคอ้วนจะต้องกลายเป็นสาเหตุหลัก ของการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง (ซึ่งเราหลีกเลี่ยงได้) แทนการสูบบุหรี่ อย่างแน่นอน

คําว่า “น้ำหนักเกิน” อาจดู ไม่ค่อยมีพิษมีภัย แต่ในความเป็นจริง โรคอ้วนก็ไม่ต่างจากการเทปูนลงไป ในเครื่องยนต์ เพราะไขมันจะไป อุดช่องว่างระหว่างอวัยวะสําคัญ ๆ อย่างในคนที่น้ำหนักเกินมาก ๆ ไขมันก็ไปอุดช่องว่างระหว่างปอด กับกะบังลมจนทําให้หายใจลําบาก

แบบทดสอบ

มาทดสอบ และ เพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับปัญหาใหญ่ อย่างโรคอ้วนกันดีกว่า

1. ถ้าค่าดัชนีมวลกาย ต่ำกว่า 25 เราก็ไม่น่าจะ เป็นโรคอ้วน

ผิด ตัวแปรที่ใช้ในการคํานวณ ค่าดัชนีมวลกาย คือ น้ำหนักตัว ไม่ใช่ปริมาณไขมันในร่างกาย หรือบริเวณที่มีการสะสมของ ไขมันดังกล่าว “ไขมัน กลุ่มที่อันตรายที่สุด คือไขมันหน้าท้อง” ดร.เคปฮอร์นบอก ถ้าเทียบกับนักรักบี้ ที่มีค่าดัชนีมวลกายสูง โอกาสเสี่ยงของคนที่แขนขา เรียวแต่พุงโตจึงสูงกว่า

2. ปริมาณแคลอรี จากอาหารที่เรากินจะเพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์ ทุก 10 ปี

ผิด ผลวิจัยชี้ว่า ถ้าเทียบกับ เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ปริมาณแคลอรี จากอาหารที่เรากิน ก็ลดลงถึง 20 เปอร์เซ็นต์ แต่น้ำหนักตัว โดยเฉลี่ยของเรา กลับเพิ่มขึ้นถึง 14 กิโลกรัม ซึ่งน่าจะเป็นเพราะ เราใช้ชีวิตแบบนั่ง ๆ นอน ๆ กันมากขึ้น

โรคอ้วน ไขมันพอกตับ

โรคตับ คือ อีกหนึ่งของแถมที่ ไม่มีใครต้องการ สําหรับคนอังกฤษ สาเหตุหลักของโรคนี้คือการดื่ม แต่คนอเมริกันจะเป็นโรคไขมัน พอกตับ ซึ่งไม่ได้เกิดจากการดื่ม “การมีไขมันในตับมากเกินไป เกิดจากการสะสม ของไตรกลีเซอไรด์ ในอาหารที่มีปริมาณไขมันและ น้ำตาลสูง” แอนดรูว์ แลงฟอร์ด จาก British Liver Trust กล่าว

ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ เราทุกคน ควรหันมาให้ความสําคัญกับ โรคอ้วน ในผู้ใหญ่แทนโรคอ้วนในเด็ก “คงไม่มี ใครอยากให้เด็ก ๆ ป่วย” แลงฟอร์ด กล่าว “แต่การให้ความสําคัญกับ โรคอ้วนในเด็กโดยไม่จัดการกับสภาพ แวดล้อมที่บ้านก็เป็นเรื่องไร้ประโยชน์ ถ้าแก้ปัญหาโรคอ้วนในผู้ใหญ่ได้ ก็จะ ไม่มีปัญหาโรคอ้วนในเด็กให้กังวล”


อ่านบทความอื่น ๆ
ติดตามเพจ Facebook