เครื่องมือต่าง ๆ ในการวิเคราะห์ งบการเงิน

ในการวิเคราะห์ งบการเงิน นั้นมีเครื่องมือและเทคนิคหลากหลาย เพื่อตีความข้อมูล ประเมินผลประกอบการและสถานะทางการเงินของกิจการ ที่มีความสะดวกทั้งการเปรียบเทียบกับตนเองในอดีต และเปรียบเทียบกับคู่แข่งและค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม

อัตราส่วนสภาพคล่อง (LIQUIDITY RATIO)

อัตราส่วนสภาพคล่อง Current Ratio= สินทรัพย์หมุนเวียน / หนี้สินหมุนเวียน(เท่า)
วัด ความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้น ถ้าค่าที่คำนวณได้สูงเท่าใด แสดงว่า บริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียนที่ประกอบไปด้วย เงินสด ลูกหนี้ และสินค้าคงเหลือมากกว่าหนี้ระยะสั้น ทำให้คล่องตัวในการชำระหนี้ระยะสั้นมีค่อนข้างมาก โดยปกติ อัตราส่วน 2 : 1 ถือว่าเหมาะสมแล้ว
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว Quick Ratio= (เงินสดและเงินฝากธนาคาร + หลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด + ลูกหนี้การค้าและตั๋วเงินรับ) / หนี้สินหมุนเวียน(เท่า)
เป็น การวัดส่วนของสินทรัพย์ที่ได้หักค่าสินค้าคงเหลือ ซึ่งมีความคล่องตัวในการเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ต่ำสุดออก เพื่อให้ทราบถึงสภาพคล่องที่แท้จริงของกิจการได้ โดยปกติอัตราส่วน 1 : 1 ถือว่าเหมาะสมแล้ว
อัตราส่วนสภาพคล่องกระแสเงินสด= กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน /หนี้สินหมุนเวียนเฉลี่ย(เท่า)
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า AR Turnover= ขายสุทธิ / (ลูกหนี้การค้าก่อนหนี้สงสัยจะสูญ + ตั๋วเงินรับการค้า) (เฉลี่ย)(เท่า)
หากค่าที่คำนวณได้มีค่าสูง แสดงถึงความสามารถในการบริหารลูกหนี้ให้แปลงสภาพเป็นเงินสดได้เร็ว
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย= 360 / อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า(วัน)
ยิ่งต่ำยิ่งดี แสดงให้เห็นถึงระยะเวลาในการเรียกเก็บหนี้ว่าสั้นหรือยาว เพื่อให้ทราบถึงคุณภาพของลูกหนี้ ประสิทธิภาพในการเรียกเก็บหนี้ และนโยบายในการให้สินเชื่อทางธุรกิจ
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ Inventory Turnover= ต้นทุนขาย / สินค้าคงเหลือ (เฉลี่ย)(เท่า)
หากค่าคำนวณได้สูง ย่อมแสดงถึงความสามารถในการบริหารการขายสินค้าได้เร็ว
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย= 360 / อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ(วัน)
ยิ่งขายได้เร็ว (ระยะเวลาสั้น) ยิ่งดี
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้ AP Turnover= ซื้อหรือต้นทุนขาย / (เจ้าหนี้การค้า + ตั๋วเงินจ่ายการค้า) (เฉลี่ย)(เท่า)
ระยะเวลาชำระหนี้= 360 / อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้(วัน)
Cash cycle= ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย + ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย – ระยะเวลาชำระหนี้(วัน)

อัตราส่วนแสดงความสามารถในการหากำไร (PROFITABILITY RATIO)

อัตรากำไรขั้นต้น Gross Profit Margin ยิ่งสูงยิ่งดี= (ยอดขายสุทธิจากการขายและให้บริการ – ต้นทุนขายจากการขายและให้บริการ) / ขายสุทธิ(%)
อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงาน= กำไรจากการดำเนินงาน / ขายสุทธิ(%)
แสดงรายได้จากการขายที่เหลือหลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว หากอัตราส่วนนี้ลดลง อาจจะมีสาเหตุจากกำไรขั้นต้นต่ำเกินไป เนื่องจากต้นทุนสูง หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ สูงขึ้นไม่สัมพันธ์กัยอดขาย ซึ่งต้องปรับปรุงแก้ไขและควบคุมอย่างเร่งด่วน
อัตรากำไรสุทธิอื่น= กำไรที่ไม่ได้จากการดำเนินงาน / รายได้รวม(%)
อัตราส่วนเงินสดต่อการทำกำไร= กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน / กำไรจากการดำเนินงาน(%)
อัตรากำไรสุทธิ Net Profit Margin= กำไรสุทธิ / รายได้รวม(%)
ยิ่งสูงยิ่งดี แสดงให้เห็นประสิทธิภาพในการดำเนินงานของบริษัทในการทำกำไร หลังจากหักต้นทุนค่าใช้จ่ายรวมทั้งภาษีเงินได้หมดแล้ว
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น Return on Equity (ROE)= กำไรสุทธิ / ส่วนของผู้ถือหุ้น (เฉลี่ย)(%)
ยิ่งสูงยิ่งดี แสดงให้เห็นว่าเงินลงทุนในส่วนของเจ้าของ จะได้รับผลตอบแทนกลับคืนมาจากการดำเนินการของกิจการนั้นในอัตราส่วนเท่าไร หากมีค่าสูง แสดงถึงประสิทธิภาพในการหากำไรสูงด้วย

อัตราส่วนแสดงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน (EFFICIENCY RATIO)

อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ Return on Asset (ROA)= กำไรสุทธิ / สินทรัพย์รวม (เฉลี่ย)(%)
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ถาวร (Fixed Asset Turnover)= (กำไรสุทธิ + ค่าเสื่อมราคา) / สินทรัพย์ถาวรสุทธิ (เฉลี่ย)(%)
อัตราการหมุนของสินทรัพย์ (Total Assets Turnover)= รายได้รวม / สินทรัพย์รวม (เฉลี่ย)(เท่า)
แสดงประสิทธิภาพในการใช้สินทรัพย์ทั้งหมดของบริษัทเพื่อให้เกิดรายได้ อัตราส่วนยิ่งมาก แสดงว่ามีประสิทธิภาพในการใช้สินทรัพย์ดี

อัตราส่วนวิเคราะห์นโยบายทางการเงิน (FINANCIAL POLICY RATIO)

อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น= หนี้สินที่มีดอกเบี้ย / ส่วนของผู้ถือหุ้น(เท่า)
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น Debt to Equity (D/E)= หนี้สินรวม / ส่วนของผู้ถือหุ้น(เท่า)
ยิ่งต่ำ ยิ่งดี แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงในด้านเจ้าหนี้และเจ้าของกิจการ ถ้าอัตราส่วนสูง 
แสดงว่า กิจการมีความเสี่ยงจากการกู้ยืมเงินมาใช้ในการดำเนินกิจการ
อัตราส่วนความสามารถชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio: ICR)= กำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่ายภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย  / ดอกเบี้ยจ่ายจากการดำเนินงานและลงทุน(เท่า)
เป็นการวัดความสามารถของธุรกิจในการจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ ผลคำนวณออกมามีค่าสูง แสดงว่าธุรกิจมีความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยสูง
อัตราส่วนความสามารถชำระภาระผูกพัน= กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน / (การจ่ายชำระหนี้สิน + ดอกเบี้ยจ่ายจากการดำเนินงานและการลงทุน + รายจ่ายลงทุน+ซื้อสินทรัพย์+เงินปันผลจ่าย)(เท่า)
อัตราการจ่ายเงินปันผล= เงินปันผล / กำไรสุทธิ(%)
แสดงถึงนโยบายการจ่ายเงินปันผลของธุรกิจ
กำไรต่อหุ้น (Earnings Per Share: EPS)= กำไรสุทธิ-เงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิ/จำนวนหุ้นสามัญ(เท่า)

สัญญาณเตือนภัยจากการวิเคราะห์ งบการเงิน 

  1. ขาดทุนมาก ๆ และติดต่อกันหลายปี 
  2. ระยะเวลาการเก็บหนี้นานขึ้น 
  3. อัตราหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของสูงขึ้นเร็วมาก 
  4. สินค้าคงคลังสูงมากผิดปกติ 
  5. ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น 
  6. ยอดขายสูงขึ้น แต่กำไรลดลง 
  7. หนี้สูญเพิ่มขึ้น 
  8. รายงานผู้สอบบัญชีผิดปกติ เปลี่ยนผู้สอบบัญชีใหม่ 
  9. ขายสินทรัพย์ของบริษัท เพื่อสร้างกำไรให้เข้าเป้าในระยะสั้น