Get In Touch
34 Flr.5 CP Tower 3 (Phayathai) Phayathai Road, Thung Phayathai, Ratchathewi, Bangkok 10400, Thailand.
[email protected]
Back

แบตเตอรี่ที่สร้างไฟฟ้าจาก “สนิม” เทคโนโลยีเก่าที่อาจเปลี่ยนอนาคตพลังงานสะอาด

ทุกวันนี้ โลกแทบทั้งใบขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ ตั้งแต่โทรศัพท์ที่อยู่ในมือ รถยนต์ที่จอดอยู่หน้าบ้าน ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ

แต่ในอนาคต แบตเตอรี่อาจไม่ได้มีหน้าที่แค่ทำให้โทรศัพท์เปิดติดหรือพารถเดินทางไปถึงจุดหมายเท่านั้น เพราะมันอาจกลายเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้เมืองทั้งเมืองมีไฟฟ้าใช้ แม้ในวันที่ดวงอาทิตย์ไม่ส่องแสงและลมหยุดพัด

ปัญหาคือ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันอาจไม่ใช่คำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเก็บไฟฟ้าปริมาณมหาศาลติดต่อกันหลายวัน

นักวิจัยและบริษัทด้านพลังงานจึงหันกลับไปมองเทคโนโลยีเก่าที่ครั้งหนึ่งเคยถูกวางทิ้งไว้ และพบว่าคำตอบอาจซ่อนอยู่ในสิ่งที่เราพยายามป้องกันมาตลอดชีวิต นั่นคือ “สนิม”

แบตเตอรี่ไม่ได้เก็บไฟฟ้าเอาไว้ข้างใน

หลายคนอาจเข้าใจว่าแบตเตอรี่ทำหน้าที่เหมือนถังที่บรรจุไฟฟ้าไว้ แต่ในทางวิทยาศาสตร์ แบตเตอรี่ไม่ได้เก็บกระแสไฟฟ้าโดยตรง

สิ่งที่แบตเตอรี่เก็บเอาไว้คือ พลังงานเคมี ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าได้ผ่านปฏิกิริยาเคมีภายในเซลล์

แบตเตอรี่เคมีโดยทั่วไปประกอบด้วยส่วนสำคัญสามส่วน ได้แก่

  • แอโนด หรือขั้วที่เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันและปล่อยอิเล็กตรอนขณะจ่ายไฟ
  • แคโทด หรือขั้วที่รับอิเล็กตรอนขณะจ่ายไฟ
  • อิเล็กโทรไลต์ ซึ่งช่วยให้ไอออนเคลื่อนที่ระหว่างขั้วทั้งสอง

เมื่อเชื่อมแบตเตอรี่เข้ากับอุปกรณ์ อิเล็กตรอนจะไหลผ่านวงจรภายนอกจากขั้วหนึ่งไปยังอีกขั้วหนึ่ง การเคลื่อนที่นี้เองคือกระแสไฟฟ้าที่ทำให้อุปกรณ์ทำงาน

เมื่อสารเคมีภายในเปลี่ยนสภาพจนไม่สามารถสร้างการไหลของอิเล็กตรอนได้อีก แบตเตอรี่ก็จะหมด แต่ในแบตเตอรี่แบบชาร์จซ้ำ เราสามารถป้อนไฟฟ้ากลับเข้าไปเพื่อผลักให้ปฏิกิริยาเคมีดำเนินย้อนกลับได้

จากแบตเตอรี่ตะกั่วสู่ยุคลิเธียมไอออน

แบตเตอรี่แบบชาร์จซ้ำได้ชนิดแรกที่ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์คือ แบตเตอรี่ตะกั่ว–กรด ซึ่งคิดค้นโดยกัสตง ปลองเต นักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศสในปี 1859

แบตเตอรี่ชนิดนี้ยังคงอยู่ใต้ฝากระโปรงรถยนต์จำนวนมาก ทำหน้าที่จ่ายไฟให้มอเตอร์สตาร์ตและระบบไฟฟ้าต่างๆ ข้อดีคือผลิตกระแสไฟสูงได้ในเวลาสั้น มีความทนทาน และมีระบบรีไซเคิลที่แพร่หลาย

แต่ข้อเสียสำคัญคือน้ำหนักมาก เพราะใช้แผ่นตะกั่ว ตะกั่วไดออกไซด์ และสารละลายกรดซัลฟิวริกเป็นส่วนประกอบ

ต่อมามีแบตเตอรี่อัลคาไลน์ที่นิยมใช้กับรีโมต นาฬิกา และของเล่น แม้จะเก็บพลังงานได้นาน แต่แบตเตอรี่อัลคาไลน์ทั่วไปได้รับการออกแบบให้ใช้ครั้งเดียว จึงไม่เหมาะกับงานที่ต้องชาร์จและคายประจุซ้ำทุกวัน

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เริ่มเข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ช่วงต้นทศวรรษ 1990

ลิเธียมมีน้ำหนักเบามาก แบตเตอรี่จึงเก็บพลังงานได้มากเมื่อเทียบกับน้ำหนักและขนาด สามารถชาร์จซ้ำได้หลายร้อยถึงหลายพันรอบ ขึ้นอยู่กับชนิดของเซลล์และรูปแบบการใช้งาน คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้มันเหมาะกับโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์พกพา และรถยนต์ไฟฟ้าอย่างยิ่ง

https://images.openai.com/static-rsc-4/BZRKp5uEd91iJQHkGTy3lAuEpii1wMVRqo7w_JbZfRGl9K5XijTs3i_HcNbEnfHyWcqiJs157IjahWWmQLywokds-9GLhP_k06AFo2Dc03Gk8kUh0jdpgzycKphxYaf0XgeZ9HQUcT5C3evU-RlyWvGnp9JNVNbN3XNV-tKMX9-I6cQ-PQDCP5etSOy88XME?purpose=fullsize

เหตุใดลิเธียมไอออนจึงยังไม่เพียงพอ

แม้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจะมีประสิทธิภาพสูง แต่มันถูกออกแบบมาให้เด่นด้านความหนาแน่นของพลังงาน การตอบสนองรวดเร็ว และการเคลื่อนย้าย มากกว่าการเก็บไฟฟ้าสำรองให้ระบบขนาดใหญ่ติดต่อกันหลายวัน

เมื่อพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมมีบทบาทมากขึ้น ระบบไฟฟ้าต้องเผชิญกับข้อจำกัดที่ต่างออกไป

แผงโซลาร์เซลล์ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าในเวลากลางคืน ขณะที่กังหันลมจะหยุดผลิตเมื่อไม่มีลม หากเกิดอากาศครึ้มต่อเนื่องหลายวัน พายุฤดูหนาว หรือความต้องการไฟฟ้าพุ่งสูง ระบบจำเป็นต้องมีพลังงานสำรองที่สามารถจ่ายไฟได้นานกว่าสองสามชั่วโมง

ลิเธียมไอออนยังต้องพึ่งวัตถุดิบบางชนิดซึ่งมีราคาและห่วงโซ่อุปทานผันผวน การติดตั้งระบบที่ต้องกักเก็บพลังงานหลายวันด้วยลิเธียมเพียงอย่างเดียวจึงอาจมีต้นทุนสูง

นี่คือช่องว่างที่แบตเตอรี่เหล็ก–อากาศกำลังพยายามเข้ามาเติมเต็ม

https://images.openai.com/static-rsc-4/colC-WQF9Yi_MH2BFvBypaso6uDV7CwPfdTG9ZBuixj0SNffZItmMvCkSz_xhkW-KKINDWZCXPgBL7SAw2pfM5Rkaj6IfgR4amBxjownEpU8GlhK2wL0TykPiTohlkvDlmzTO_Vctlg-lFKcn8zgjvWinDqOc0aNpch1LhMLo4Of1fuu1MsTd9iyjohdDTos?purpose=fullsize

แบตเตอรี่ที่ผลิตไฟฟ้าด้วยการทำให้เหล็กเป็นสนิม

แนวคิดของ แบตเตอรี่เหล็ก–อากาศ หรือ Iron-air Battery ฟังดูเรียบง่ายอย่างน่าประหลาด เพราะส่วนประกอบหลักที่ใช้คือเหล็ก น้ำ และออกซิเจนจากอากาศ

ในช่วงคายประจุ แบตเตอรี่จะรับออกซิเจนจากอากาศเข้ามา ปฏิกิริยาที่ขั้วอากาศจะสร้างไอออนในอิเล็กโทรไลต์ ก่อนที่ไอออนเหล่านั้นจะทำปฏิกิริยากับเหล็ก

เหล็กจึงถูกออกซิไดซ์และค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสารประกอบเหล็กออกไซด์ หรือสิ่งที่เรียกอย่างง่ายว่า “สนิม” ระหว่างกระบวนการนี้ อิเล็กตรอนจะถูกปล่อยออกมาและไหลผ่านวงจรภายนอก กลายเป็นกระแสไฟฟ้า

เมื่อถึงเวลาชาร์จ พลังงานไฟฟ้าที่ป้อนกลับเข้าไปจะบังคับให้ปฏิกิริยาเกิดย้อนทาง เปลี่ยนเหล็กออกไซด์กลับเป็นเหล็กและปล่อยออกซิเจนกลับออกมา

https://images.openai.com/static-rsc-4/blTXm4Re8mCrcjSU8x8jyPkYFJVoDfA53tYkncD7_YPlnmnbWjI_o7o_i5Of0o84jBV4J_nASsmve7fBVOGpZvT5kibPaaxzLW9-yYe26yz32j7mhuZx1F0XaoKc4Oq9TImwUy2guJEySUQHXumXFD_Rbwmfc3AU_dAMYaDPdwCm8t3PvV2Eq4hrPIJTy3DX?purpose=fullsize

จึงสามารถอธิบายหลักการทำงานของมันแบบง่ายที่สุดได้ว่า

  • ตอนจ่ายไฟ: เหล็กกลายเป็นสนิม
  • ตอนชาร์จ: สนิมถูกเปลี่ยนกลับเป็นเหล็ก

นี่ไม่ใช่เพียงคำเปรียบเปรย แต่เป็นปฏิกิริยาออกซิเดชัน–รีดักชันแบบย้อนกลับได้ที่เกิดขึ้นจริงภายในระบบ

เหล็กธรรมดาอาจได้เปรียบแร่ราคาแพง

ข้อได้เปรียบสำคัญของแบตเตอรี่เหล็ก–อากาศไม่ได้อยู่ที่ความเบาหรือความเร็ว แต่อยู่ที่วัตถุดิบ

เหล็กเป็นธาตุที่พบได้มาก มีอุตสาหกรรมรองรับอยู่ทั่วโลก และมีต้นทุนต่ำกว่าวัตถุดิบแบตเตอรี่หลายประเภท นอกจากนี้ อิเล็กโทรไลต์แบบน้ำยังช่วยลดความเสี่ยงจากการติดไฟเมื่อเทียบกับเซลล์ลิเธียมไอออนบางชนิดที่ใช้อิเล็กโทรไลต์อินทรีย์ไวไฟ

บริษัท Form Energy ระบุว่าระบบของบริษัทผลิตจากเหล็ก น้ำ และอากาศ และสามารถเก็บกับจ่ายพลังงานได้นานสูงสุดประมาณ 100 ชั่วโมง หรือมากกว่าสี่วัน Form Energy: Battery Technology

บริษัทเคยประเมินว่าระบบดังกล่าวอาจมีต้นทุนต่ำกว่าระบบลิเธียมไอออนสำหรับการกักเก็บพลังงานระยะยาวมากกว่า 10 เท่า อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นเป้าหมายและการประเมินของผู้พัฒนาเทคโนโลยี ไม่ใช่ราคากลางที่ใช้ได้กับทุกโครงการ Form Energy และ Georgia Power

ทำไมแบตเตอรี่ชนิดนี้จึงไม่อยู่ในรถยนต์ไฟฟ้า

แบตเตอรี่เหล็ก–อากาศไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ แนวคิดแบตเตอรี่โลหะ–อากาศได้รับการศึกษามานานหลายสิบปี รวมถึงงานวิจัยด้านแบตเตอรี่และการขับเคลื่อนรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงทศวรรษ 1960–1970

ในยุคนั้น นักวิจัยสนใจใช้ระบบที่มีขั้วเหล็กกับรถยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากเกิดความกังวลเรื่องมลพิษและความมั่นคงด้านน้ำมัน แต่สุดท้ายเทคโนโลยีนี้ไม่เหมาะกับยานพาหนะ

เหตุผลคือมันมีน้ำหนักมาก กินพื้นที่ และมักให้กำลังในลักษณะช้าแต่สม่ำเสมอ รถยนต์ต้องการแบตเตอรี่ที่จ่ายกำลังสูงได้ทันทีเมื่อต้องเร่ง แซง หรือขึ้นทางลาด และยังต้องมีน้ำหนักเบาเพื่อเพิ่มระยะทางการขับขี่

แต่สิ่งที่เป็นข้อเสียสำหรับรถยนต์ กลับไม่ใช่ปัญหาใหญ่เมื่อแบตเตอรี่ถูกติดตั้งอยู่กับที่

ระบบกักเก็บไฟฟ้าสำหรับโครงข่ายไม่จำเป็นต้องวิ่งไปไหน ไม่ได้ต้องเบา และในหลายสถานการณ์ก็ไม่จำเป็นต้องปล่อยพลังงานทั้งหมดอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ระบบต้องการคือความสามารถในการจ่ายไฟอย่างต่อเนื่องตลอดหลายวัน

พูดอีกแบบคือ แบตเตอรี่เหล็ก–อากาศอาจล้มเหลวในฐานะ “แบตเตอรี่รถยนต์” แต่กลับเหมาะสมในฐานะ “โกดังเก็บไฟฟ้าของเมือง”

แบตเตอรี่ 100 ชั่วโมงกำลังออกจากห้องทดลอง

Form Energy กำลังนำเทคโนโลยีนี้ไปพัฒนาเป็นระบบกักเก็บพลังงานระดับโครงข่าย โดยโครงสร้างหนึ่งโมดูลประกอบด้วยเซลล์เหล็ก–อากาศจำนวนมากบรรจุอยู่ในอิเล็กโทรไลต์แบบน้ำ แล้วนำหลายโมดูลมารวมกันเป็นระบบขนาดใหญ่

บริษัทเปิดโรงงาน Form Factory 1 ในรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย และเริ่มส่งระบบออกไปติดตั้งเพื่อสาธิตเชิงพาณิชย์แล้ว โครงการร่วมกับ Great River Energy ในรัฐมินนิโซตาถูกระบุว่ามีกำหนดเดินระบบเต็มรูปแบบในปี 2026 ประวัติและความคืบหน้าของ Form Energy

ในปี 2026 บริษัทยังเปิดเผยว่าได้ทดสอบเซลล์ขนาดเต็มมากกว่า 6,200 เซลล์ รวมถึงการทดสอบภายในโมดูล และสาธิตการจ่ายพลังงานต่อเนื่อง 100 ชั่วโมง ตลอดจนมีโครงการภายใต้ข้อตกลงรวมมากกว่า 750 เมกะวัตต์ หรือ 75 กิกะวัตต์ชั่วโมง

หนึ่งในแผนงานที่ประกาศล่าสุดคือโครงการในไอร์แลนด์ ขนาด 10 เมกะวัตต์และความจุ 1,000 เมกะวัตต์ชั่วโมง ซึ่งออกแบบให้จ่ายกำลังเต็มพิกัดได้นาน 100 ชั่วโมง Form Energy และ FuturEnergy Ireland

ตัวเลขเหล่านี้แสดงว่าเทคโนโลยีกำลังขยับจากห้องทดลองไปสู่การใช้งานจริง แต่ยังต้องติดตามประสิทธิภาพ ต้นทุน การบำรุงรักษา และอายุการใช้งานเมื่อเดินระบบเชิงพาณิชย์เป็นเวลานาน

มันจะเข้ามาแทนที่ลิเธียมไอออนหรือไม่

คำตอบคือ ไม่น่าจะเข้ามาแทนที่ทั้งหมด

แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนและแบตเตอรี่เหล็ก–อากาศมีจุดเด่นคนละด้าน

คุณสมบัติลิเธียมไอออนเหล็ก–อากาศ
การตอบสนองรวดเร็วมากเน้นจ่ายไฟช้าและต่อเนื่อง
น้ำหนักและขนาดกะทัดรัดกว่าใหญ่และหนักกว่า
ระยะเวลาจ่ายไฟที่เหมาะสมนาทีถึงหลายชั่วโมงหลายวัน
การใช้งานเด่นอุปกรณ์พกพา รถยนต์ไฟฟ้า และรักษาเสถียรภาพระยะสั้นกักเก็บพลังงานระดับโครงข่ายหลายวัน
วัตถุดิบหลักแตกต่างตามสูตรเคมีเหล็ก น้ำ และอากาศ
ตำแหน่งติดตั้งเคลื่อนที่หรืออยู่กับที่อยู่กับที่เป็นหลัก

ระบบไฟฟ้าในอนาคตจึงอาจใช้แบตเตอรี่หลายชนิดทำงานร่วมกัน ลิเธียมไอออนรับมือกับความผันผวนฉับพลันและจ่ายกำลังรวดเร็ว ส่วนเหล็ก–อากาศทำหน้าที่เป็นพลังงานสำรองสำหรับช่วงที่ลมหรือแสงแดดขาดหายไปหลายวัน

ข้อจำกัดที่ยังต้องพิสูจน์

แม้เทคโนโลยีนี้จะมีความหวัง แต่ไม่ได้ปราศจากข้อเสีย

แบตเตอรี่เหล็ก–อากาศมีขนาดใหญ่และหนัก การชาร์จค่อนข้างช้า และมีประสิทธิภาพการเก็บพลังงานกลับมาใช้ต่ำกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนบางระบบ หมายความว่าพลังงานบางส่วนจะสูญเสียไปในกระบวนการชาร์จและคายประจุ

ผู้พัฒนายังต้องพิสูจน์ประเด็นสำคัญในการใช้งานจริง เช่น

  • อายุการใช้งานเมื่อชาร์จและคายประจุซ้ำเป็นเวลาหลายปี
  • การเสื่อมสภาพของขั้วเหล็กและส่วนประกอบอื่น
  • ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและบำรุงรักษาทั้งระบบ
  • ประสิทธิภาพเมื่อใช้งานในภูมิอากาศที่แตกต่างกัน
  • ความสามารถในการผลิตจำนวนมากให้ทันต่อความต้องการ
  • การรีไซเคิลหรือจัดการระบบเมื่อหมดอายุ

ดังนั้น แบตเตอรี่เหล็ก–อากาศยังไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูป แต่เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีโอกาสช่วยแก้ปัญหาซึ่งลิเธียมไอออนเพียงอย่างเดียวอาจรับมือได้ยาก

อนาคตพลังงานสะอาดอาจมีสีสนิม

ตลอดเวลาที่ผ่านมา สนิมเป็นสัญลักษณ์ของการเสื่อมสภาพ รถที่ขึ้นสนิมต้องได้รับการซ่อม เครื่องมือที่ขึ้นสนิมมักถูกมองว่าเก่าและไร้ประโยชน์

แต่ในแบตเตอรี่เหล็ก–อากาศ กระบวนการเดียวกันนี้กลับถูกควบคุมให้กลายเป็นแหล่งพลังงาน

เหล็กเกิดสนิมเพื่อปล่อยกระแสไฟฟ้า ก่อนจะถูกเปลี่ยนกลับเป็นเหล็กเมื่อมีพลังงานส่วนเกินสำหรับชาร์จ หากวงจรนี้สามารถทำงานในระดับอุตสาหกรรมได้อย่างคุ้มค่า มันอาจช่วยเก็บไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลมไว้ใช้ในช่วงที่ธรรมชาติหยุดผลิตพลังงานนานหลายวัน

เทคโนโลยีที่โลกต้องการจึงอาจไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากวัสดุใหม่ราคาแพงเสมอไป บางครั้งคำตอบอาจเป็นเพียงการกลับไปเปิดงานวิจัยเก่า แล้วมองสิ่งธรรมดาอย่างเหล็ก น้ำ อากาศ และสนิมด้วยสายตาแบบใหม่

ถ้าแบตเตอรี่จากสนิมสามารถช่วยลดค่าไฟและป้องกันไฟดับได้จริง คุณคิดว่าประเทศไทยควรเริ่มลงทุนในเทคโนโลยีนี้หรือยัง?


คำถามที่พบบ่อย

แบตเตอรี่เหล็ก–อากาศทำงานอย่างไร?

ขณะจ่ายไฟ เหล็กจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนผ่านอิเล็กโทรไลต์จนเกิดสารประกอบเหล็กออกไซด์ พร้อมปล่อยอิเล็กตรอนให้ไหลผ่านวงจร เมื่อชาร์จไฟ ปฏิกิริยาจะย้อนกลับ เปลี่ยนเหล็กออกไซด์กลับเป็นเหล็กและปล่อยออกซิเจนออกมา

แบตเตอรี่ชนิดนี้เก็บไฟได้นานเท่าไร?

ระบบที่ Form Energy พัฒนาถูกออกแบบให้เก็บและจ่ายพลังงานต่อเนื่องได้นานประมาณ 100 ชั่วโมง หรือมากกว่าสี่วัน แต่ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับขนาดระบบ กำลังที่จ่าย และรูปแบบการใช้งาน

สามารถนำไปใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าได้หรือไม่?

ในทางทฤษฎี แบตเตอรี่โลหะ–อากาศสามารถนำไปศึกษาสำหรับยานพาหนะได้ แต่ระบบเหล็ก–อากาศที่กำลังพัฒนาในปัจจุบันมีขนาดใหญ่ หนัก และจ่ายกำลังค่อนข้างช้า จึงเหมาะกับการติดตั้งประจำที่มากกว่ารถยนต์

แบตเตอรี่เหล็ก–อากาศปลอดภัยกว่าลิเธียมไอออนหรือไม่?

การใช้เหล็กและอิเล็กโทรไลต์แบบน้ำช่วยลดความไวไฟบางประการ บริษัท Form Energy รายงานว่าระบบผ่านการทดสอบ UL 9540A โดยไม่เกิดการลุกไหม้หรือการลามของภาวะความร้อนสูงเกินควบคุม อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยของโครงการจริงยังขึ้นอยู่กับการออกแบบ การติดตั้ง และการควบคุมระบบด้วย

เทคโนโลยีนี้พร้อมใช้งานแล้วหรือยัง?

เริ่มมีการผลิต ทดสอบภาคสนาม และติดตั้งโครงการสาธิตเชิงพาณิชย์แล้ว แต่ยังถือเป็นเทคโนโลยีระยะเริ่มต้นเมื่อเทียบกับลิเธียมไอออน จึงต้องติดตามผลการใช้งานจริงระยะยาวต่อไป

JVD
JVD
https://jeveuxdire.com/portfolio/
แอดมินและทีมงาน JeVeuxDire คือกลุ่มคนทำคอนเทนต์ที่หลงใหลเรื่องราวน่าสนใจจากทั่วโลก ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ บุคคลสำคัญ เรื่องแปลกและปริศนา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ไปจนถึงธรรมชาติและสังคม เราตั้งใจค้นคว้า เรียบเรียง และถ่ายทอดเรื่องยากให้เข้าใจง่าย สนุก และชวนให้ผู้อ่านมองโลกในมุมที่กว้างขึ้น เพราะเราเชื่อว่าทุกเรื่องราวมีบางสิ่งให้ค้นพบเสมอ
  • 34 Flr.5 CP Tower 3 (Phayathai) Phayathai Road,
    Thung Phayathai, Ratchathewi,
    Bangkok 10400, Thailand.

This website stores cookies on your computer. Cookie Policy